แอมไชน่าทาวน์ โครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางเยาวราช สร้างสีสันย่านไชน่าทาวน์

I’m Chinatown (แอมไชน่าทาวน์) โครงการมิกซ์ยูส สไตล์ Modern Chinese แห่งใหม่ของย่านเยาวราช ที่รวมทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม และโรงแรมแนวคิดใหม่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ภายใต้การบริหารงานโดยเครือโรงแรมชั้นนำ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเชื่อมทุกชีวิตสู่ไชน่าทาวน์อย่างมีสีสันในหลากหลายมิติ เพื่อดึงดูดให้ผู้หลงใหลมนต์เสน่ห์แห่งเยาวราชได้สัมผัสประสบการณ์ย่านเยาวราชอย่างใกล้ชิด สร้างสีสันด้วยความแปลกใหม่จากตัวเลือกร้านค้าชั้นนำ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐานมากมาย โดยพร้อมเปิดเฟสแรกในส่วนของศูนย์การค้าเพื่อเตรียมต้อนรับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้  

นายสุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์ กรรมการ บริษัท ไอแอมไชน่าทาวน์ จำกัด กล่าวว่า “ย่านเยาวราช หรือ    ไชน่าทาวน์ เป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญลำดับต้นๆ ของประเทศไทย เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นศูนย์รวมการค้าขายของชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยเฉพาะในเรื่องของการไหว้พระทำบุญ ศิลปวัฒนธรรม และสตรีทฟูด ทั้งยังเป็นศูนย์กลางแลกเงินที่สำคัญ เป็นแหล่งซื้อขายทองคำ ศูนย์การค้าส่งเสื้อผ้า ของฝากของชำร่วยและศูนย์รวมการขายของแห้ง ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนในชุมชนนี้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทันสมัยของสังคม มีอาคารร้านค้าที่ทันสมัย โรงแรมบูติก หรือแม้แต่ร้านอาหารเก๋ๆ ที่เน้นงานดีไซน์ที่ผสมผสานศิลปะดั้งเดิมของตึกหรือสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่อดีต เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หลั่งไหลเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในย่านนี้กันมากขึ้น” 

“แต่ย่านไชน่าทาวน์มีข้อจำกัดในเรื่องที่ดิน ไม่สามารถก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ทำได้แค่เพียงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเดิม บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทมิกซ์ยูส เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทุกเพศทุกวัย และสามารถเพิ่มสีสันให้กับเยาวราชมากยิ่งขึ้น โครงการ I’m Chinatown มีพื้นที่ขนาด 40,000 ตารางเมตร จึงเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่สุดโครงการแรกที่มีการก่อสร้างในย่านนี้ภายในรอบ   30 ปี ซึ่งตั้งห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT วัดมังกร เพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น” 

โครงการ I’m Chinatown ประกอบไปด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 

1. โรงแรม ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือกันระหว่างโรงแรม “อาศัย” (ASAI) เครือดุสิต ซึ่งเป็นโรงแรมเจาะกลุ่ม    ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ที่แตกต่างไป โดยเน้นการเข้าถึง       วิถีชุมชน หรือ ‘Live Local’ มีจำนวนห้องทั้งสิ้น 224 ห้อง ให้บริการตั้งแต่ชั้น 4 – 8 ของศูนย์การค้าฯ จะเปิดรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยคาดว่า 40% จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน รองลงมาจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลี   และยุโรป และเรามั่นใจว่าจะมี occupancy rate มากกว่า 90% ตลอดทั้งปี 

2. อาคารจอดรถ ที่อำนวยความสะดวกกับผู้มาใช้บริการและประชาชนที่จะเดินทางมาไชน่าทาวน์ โครงการฯ เปิดให้บริการที่จอดรถ 300 คัน ซึ่งเป็นอาคารจอดรถขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดในย่าน
ไชน่าทาวน์

3. เรสซิเดนซ์ ที่เป็นคอนโดมิเนียมแบบตกแต่งเสร็จพร้อมอยู่ 8 ชั้น จำนวน 43 ยูนิต ใช้ชื่อว่า I’m Chinatown Residence ซึ่งตอบสนองประชาชนที่พักอาศัยในย่านนี้ที่ไม่ต้องเดินทางออกไปชานเมืองและกลับมาตอนเช้า รวมถึงเจ้าของกิจการและผู้ประกอบการที่มีธุรกิจในย่านนี้ ในส่วนคอนโดมิเนียมจะมีการใช้ระบบลิฟต์แยกตามชั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เข้า – ออก โครงการด้วยระบบ คีย์การ์ด ซึ่งปัจจุบันได้ทำการปิดการขายโครงการทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

4. ศูนย์การค้า ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมของฝากและร้านอาหาร เป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยว ผู้มาจับจ่ายใช้สอย แหล่งรับประทานอาหารของประชาชนทั่วไป โดยสามารถแบ่งกลุ่มเป้าหมายได้ 4 กลุ่ม ได้แก่

• I’m Local – กลุ่มผู้อาศัยท้องถิ่นที่พำนัก และดำรงชีวิตในชุมชนเยาวราชหรือย่านใกล้เคียงจากรุ่นสู่รุ่นมีความคุ้นเคยและรู้จักย่านนี้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ธุรกิจค้าปลีกรายย่อย หรือชุมชนผู้อาศัยภายในย่านนี้

• I’m Visitor – กลุ่มผู้เยี่ยมเยือน ผู้สัญจรที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งเยาวราช สนใจและมักหาเวลามาสำรวจเสาะหาประสบการณ์ภายในย่านนี้ แฟนพันธุ์แท้ที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อนฝูงตามโอกาสพิเศษต่างๆ  

• I’m Teen – นักเรียน นักศึกษา วัยรุ่น ที่ชอบหาเวลาพบปะเพื่อนฝูง สนใจมองหาประสบการณ์แปลกใหม่ร่วมกัน และออกมาสนุกกับการหาของกินกับเพื่อนๆ ในย่านเยาวราชอยู่เป็นประจำ

• I’m Tourist – นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ที่หลงใหลกับเสน่ห์ของเยาวราช และชอบแสวงหาประสบการณ์ยามราตรีในย่านเยาวราช ตลอดจนอาหารจีนและอาหารท้องถิ่นที่ทำให้ได้สัมผัสชีวิต และไลฟ์สไตล์ของชุมชนจีนในเยาวราช

นายสุวรรณ กล่าวต่อว่า “บริษัทฯ เล็งเห็นว่าการจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 กลุ่มได้นั้น โครงการฯ ต้องมีส่วนร่วมในการสร้างมิติที่แปลกใหม่ทันสมัยให้กับย่านเยาวราช อีกทั้งยังต้องอนุรักษ์และร่วมมือกันกับร้านค้า ภัตตาคารจีนชั้นนำ รวมถึงสตรีทฟูดที่มีชื่อเสียงของย่านเยาวราช ตลอดจนชุมชนทุกคนภายในย่านนี้ เพื่อเชื่อมต่อความเป็นต้นแบบของชุมชนเยาวราชเข้ากับมิติใหม่ของโครงการฯ ในส่วนของศูนย์การค้า I’m Chinatown แม้จะเป็นศูนย์การค้าน้องใหม่ที่มีความทันสมัย แต่ให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนหนึ่งที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับย่านเยาวราช ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบอาคาร สไตล์ Modern Chinese ที่เน้นงานออกแบบที่สร้างสมดุลในเรื่องความทันสมัยและคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของย่านเยาวราช เพราะยึดแนวทางในการอนุรักษ์คุณค่าของศิลปวัฒนธรรมจีนของย่านนี้ที่มีมาแต่ดั้งเดิมในการออกแบบและดำเนินการ  นอกจากนั้น  การสรรหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับคนในย่านนี้ ก็เป็นอีกสีสันหนึ่งที่ต้องการสร้างให้กับไชน่าทาวน์ เพื่อเติมเต็มและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้คนในย่านนี้ ตลอดจนผู้หลงใหลเสน่ห์ ของเยาวราชทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทุกคนอีกด้วย โดยภายในศูนย์การค้าฯ จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ร้านค้ายอดฮิต แบรนด์ดังมากมาย และระบบการรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน สถานที่จอดรถขนาดใหญ่”

สำหรับความน่าสนใจของภายในศูนย์การค้า I’m Chinatown นี้ ประกอบไปด้วยหลากหลายร้านค้าชั้นนำที่ครอบคลุมพื้นที่ตลอด4 ชั้น โดยมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 80 ร้าน คิดเป็นพื้นที่พาณิชย์กว่า 10,000 ตารางเมตร     เปิดให้บริการทุกวัน โดยร้านค้าทั่วไปเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น. 

ในส่วนของชั้น B1 เป็นพื้นที่ร้านค้าสะดวกซื้อและร้านบริการ เช่น 7 – Eleven, Kerry Express, ร้านขายยา, CleanMate, Kamu, Nara Gem, B’me by Wacoal, Beauty Maker, Vision and Café, ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์    ชื่อดังอย่าง King Kong บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างสไตล์ยากินิคุ และ King Kong Sweets ร้านขนมหวานยอดนิยมต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมี Gourmet Thai ซึ่งเป็นสแตนอโลนช็อปแห่งแรกที่เปิดทำการนอกพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ภายในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป โดยได้คัดสรรรายการสินค้าคุณภาพจาก Gourmet Market สาขาต่างๆ มาจำหน่ายที่ร้านค้าแห่งนี้  เพื่อให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะ 

ชั้น G และชั้น 2 เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ร้านไลฟ์สไตล์ และของหวานชั้นนำ ทั้ง KFC, Starbucks, Krispy Kreme, Wacoal, แว่นท็อปเจริญ, Beauty Station, Jamba Juice, Dairy Queen, ชานมไข่มุก CoCo, Olino Crepe & Tea, Stickhouse, ชาผลไม้อันดับหนึ่งของประเทศไต้หวันอย่าง Yi Fang ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย, New York 5th Ave. Deli ร้านแซนด์วิชสไตล์อเมริกันระดับพรีเมี่ยมสาขาแรกในกรุงเทพฯ, ร้านสุกี้ MK, Yayoi, Hachiban Ramen, Ryo Shi ซูชิบาร์, Swensen, Daiso,ตำมั่ว และ Munchy Bar and Restaurant รวมถึงยังมีศูนย์อาหาร ซึ่งรวบรวมสตรีทฟูดชื่อดังจากทั่วกรุงเทพฯ มาให้ได้ลิ้มรสกันอีกด้วย 

สำหรับชั้น 3 จะประกอบไปด้วยร้านค้าที่เปิดให้บริการด้านสุขภาพและความงาม อย่าง Together Clinic,      ร้านทำเล็บ, Jetts Fitness ฟิตเนสเต็มรูปแบบแห่งแรกของย่านเยาวราช เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และ Let’s Relax Spa สปาระดับพรีเมี่ยมแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในย่านเยาวราช ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 น. ถึงเที่ยงคืน

การพัฒนาของยุคสมัยที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เยาวราชในปัจจุบันกลายเป็นศูนย์รวมธุรกิจการค้าที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว บริษัทฯ ต้องการผลักดันให้ศูนย์การค้า I’m Chinatown เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาให้เยาวราช แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และสร้างสีสันเพื่อให้ตอบโจทย์ทุกคนที่มาใช้บริการในบริเวณเยาวราชและพื้นที่โดยรอบ ทั้งยังมุ่งเน้นที่จะร่วมมือ ร่วมใจ และส่งเสริมให้มีการขับเคลื่อนภายในชุมชนมากยิ่งๆ ขึ้นไป โดยสถานที่ตั้งของโครงการฯ อยู่บนถนนเจริญกรุง ด้านหน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT วัดมังกร (ทางออก 1) ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวและผู้สัญจรขึ้นลงสถานีดังกล่าวไม่น้อยกว่า 10,000 คนต่อวัน โครงการ I’m Chinatown จึงทำหน้าที่เป็นเสมือนประตูใหญ่สู่ใจกลางเยาราช”

“บริษัทฯ คาดการณ์ว่าจะสามารถทำรายได้จากการปล่อยเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้าฯ อยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อปี และจะเบรกอีเวนต์ภายใน 5 – 7 ปี ทั้งยังคาดการณ์ว่าจะมีผู้มาใช้บริการต่อวันไม่น้อยกว่า 8,000 คน โดยในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ศูนย์การค้า I’m Chinatown พร้อมเปิดให้บริการ โดยเบื้องต้นจะมีร้านค้าทยอยเปิดให้บริการราว 70% และจะเปิดบริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มกราคม 2563” นายสุวรรณ กล่าวทิ้งท้าย